วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 7

คำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้   ประเภท และหลักการจัดหาทรัพยากรการเรียนรู้
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ข่าวของมหาวิทยาลัยบูรพาในหน้าหนังสือพิมพ์จัดอยู่ในประเภทของทรัพยากรการ เรียนรู้ใด และมีชื่อเรียกว่าอะไร  
    

 v เป็นประเภทสื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ตีพิมพ์ และมีชื่อเรียกว่า สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง




2. ถ้าต้องการคัดเลือกสื่อวีดิทัศน์มาให้บริการนิสิตจะมีหลักการอย่างไรในการคัดเลือกสื่อดังกล่าว
v หลักการคัดเลือกสื่อวีดิทัศน์ (สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์)
1. ต้องสัมพันธ์กับหลักสูตรการเรียนการสอนในสถานศึกษานั้น ๆ
2. เนื้อหาถูกต้อง ทันสมัย น่าสนใจ นำเสนอเนื้อหาได้ดีเป็นลำดับขั้นตอน
3. เหมาะสมกับวัย ระดับชั้น ความรู้ และประสบการณ์
                  4. สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ สะดวกในการใช้ ไม่ซับซ้อนยุ่งยากจนเกินไป
                  5. สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ มีคุณภาพ มีเทคนิคการผลิตที่ดี มีความชัดเจนและเป็นจริง
                  6. สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ ราคาไม่แพงเกินไป
                  7. สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ ถ้าจะผลิตเองควรคุ้มกับเวลาและการลงทุน

3. การจัดซื้อทรัพยากรการเรียนรู้มีกี่วิธีการ อะไรบ้าง
v  การจัดซื้อทรัพยากรการเรียนรู้มี 4 วิธี ดังนี้
                  จัดซื้อ ตามความต้องการของหน่วยงานเป้าหมายที่จะมาใช้                               บริการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ได้แก่
                  1. สั่งซื้อโดยตรง : ในประเทศ / ต่างประเทศ
                  2. สั่งซื้อผ่านร้าน/ตัวแทนจำหน่าย : ในประเทศ / ต่างประเทศ
                  3. เว็บไซต์ : ในประเทศ / ต่างประเทศ
                  4. จัดซื้อในรูปภาคีร่วมกับศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ
  

แบบทดสอบท้ายบท (สัปดาห์ที่ 7)

การบริหารงานบุคคล ประจำศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. อธิบายภารกิจหรือกิจกรรมที่สำคัญๆ ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง
v ภารกิจหรือกิจกรรมที่สำคัญๆ ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ มีดังนี้
             1. การเลือก จัดหา การลงทะเบียน ทำบัตรรายการ การบริการการใช้ ตลอดจนเก็บบำรุงรักษาวัสดุอุปกรณ์
                 การเรียนการสอนต่างๆ
             2. การผลิตสื่อการสอน เช่น ผลิตวัสดุกราฟิก การบันทึกเสียง ทำรายการวิทยุและโทรทัศน์
             3. จัดกิจกรรมทางวิชาการ เช่น การฝึกอบรมครูประจำการ การวิจัย การจัดนิทรรศการ ตลอดจนการเผยแพร่
                 ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ
            4. การบริหาร เช่น การจัดบุคลากร การนิเทศ การบันทึกรายการ การติดต่อประสานงาน  และการทำ                                      งบประมาณ  เป็นต้น
             5. การประเมินกิจกรรมต่างๆ

 2. ถ้าหากพิจารณาบทบาทหน้าที่  ความรับผิดชอบในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จะประกอบด้วยบุคคลด้านใดบ้าง
v ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ไม่ว่าจะจัดในรูปแบบใดก็ตามจะมีบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบที่สำคัญจำแนกด้านได้ ดังนี้
               1. ด้านบริหาร   :   เช่น หัวหน้าหน่วยงาน หัวหน้างานหรือหัวหน้าฝ่าย เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป                                                                  พนักงานธุรการ และเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
               2. ด้านการบริการ   :  เช่น บรรณารักษ์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ และนายช่างอิเล็กทรอนิกส์
               3. ด้านการผลิตสื่อ  :  เช่น นักวิชาการโสตทัศนศึกษา และนักวิชาการช่างศิลป์ เป็นต้น
               4. ด้านวิชาการ  :  เช่น นักวิชาการศึกษา นักวิจัย
               5. ด้านการปรับปรุงการเรียนการสอน   :   เช่น มีภารกิจหน้าที่รับผิดชอบต่อการศึกษาเป็นสำคัญ
               6. ด้านกิจกรรมอื่น  :  เช่น มีบทบาทหน้าที่ประชาสัมพันธ์สถาบันต่อชุมชนจัดนิทรรศการหรือจัดการแสดง                                                          ความก้าวหน้าต่างๆ

 3. ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จำแนกเป็นประเภทที่สำคัญได้กี่ประเภท
v ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สามารถแบ่งได้ 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ
               1. บุคลากรทางวิชาชีพ (Professional Staff)
               2. บุคลากรกึ่งวิชาชีพ (Paraprofessional Staff)
               3. บุคลากรที่ไม่มีความรู้ทางวิชาชีพ (Non-professional Staff)

4. ท่านมีขั้นตอนในการจัดหาสื่อการเรียนการสอน มาใช้บริการในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อย่างไร จงอธิบาย
v การจัดการหาสื่อการเรียนการสอน มาไว้บริการภายในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว มีระบบ ระเบียบ สามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอน ดังนี้
                 ขั้นตอนที่ 1  เป็นขั้นการสำรวจสภาพของสื่อในสถานศึกษาเพื่อสำรวจหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นเป็นข้อมูลมา
                                         ประกอบการจัดหา
                ขั้นตอนที่ 2  การสำรวจสถานที่ เป็นขั้นตอนการสำรวจวางแผนจะให้สถานที่ส่วนใดบ้างในการทำกิจกรรม                                       เพื่อเป็นการตรวจสอบดูว่ามีสถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องการมีเพียงพอแล้วหรือยัง                                         และจะต้องการจัดหาอะไรเพิ่มเติมบ้าง
                  ขั้นตอนที่ 3  การสำรวจความต้องการของผู้ใช้ เพื่อต้องการทราบถึงความต้องการใช้สื่อประเภทต่างๆ โดย
                                        นำข้อมูลที่ได้ไปดำเนินการจัดหาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ดังนั้นก่อนการจัดหาหรือจัด
                                         ซื้อสื่อมาไว้บริการ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสำรวจ และศึกษาความต้องการของผู้ใช้ก่อนเสมอ
                  ขั้นตอนที่ 4  เป็นขั้นการจัดหา โดยนำข้อมูลที่ได้มาจากความต้องการแล้วทำเป็นโครงการสั้นๆ หรือ
                                         โครงการระยะยาวเพื่อวางแผนในเรื่องงบประมาณในการจัดหาต่อไป ในการจัดซื้อผู้เกี่ยวข้อง
                                         ต้องพิจารณาตามลำดับความสำคัญของผู้ใช้โดยจัดซื้อเฉพาะสื่อที่มีคุณภาพ ประหยัด                                                          งบประมาณก่อนจัดซื้อสื่ออะไรมาไว้บริการจะต้องมีการประเมินค่าสื่อนั้น โดยคณะกรรมการ                                          ประเมินค่าสื่อเพื่อพิจารณาว่าสื่อหรือวัสดุอุปกรณ์มีคุณค่าต่อการเรียนการสอนมากน้อย                                                     เพียงไร มีข้อดีและข้อจำกัดอย่างไรเพื่อให้การจัดซื้อจัดหาสื่อมาไว้บริการได้อย่าง                                                                  มีประสิทธิภาพก่อเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่

 5. อธิบายวิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการ ท่านมีหลักเกณฑ์สำคัญ อะไรบ้าง
v วิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการ ควรพิจารณาคุณสมบัติและการใช้งานให้ละเอียดถี่ถ้วนโดยพิจาณายึดเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ คือ
 1. ความคงทน (Ruggedness) โดยพิจารณาถึงวัสดุที่ประกอบเป็นตัวเครื่องให้ความคงทนแข็งแรง ไม่                 แตกหักง่าย
 2. ความสะดวกในการใช้งาน (Ease of Operation) โดยพิจารณาถึงการควบคุม การบังคับกลไกไม่ซับซ้อน        จน  เกินไปหรือมีปุ่มต่างๆมากมายเกินไป
 3. ความกะทัดรัด (Portability) พิจารณาถึงขนาดของตัวเครื่อง น้ำหนัก ความสะดวกในการเก็บ เคลื่อนย้าย
                 4. คุณภาพของเครื่อง (Quality of Peration) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับมาตรฐานที่ประกอบรวมกันเป็นไป                                ตามคุณสมบัติต้องการใช้งานเพียงใด
                 5. การออกแบบ (Design) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับรูปลักษณ์ว่าสวยงามมีความทันสมัย การติดตั้งอุปกรณ์                               ประกอบออกแบบให้ใช้ได้ง่าย
                 6. ความปลอดภัย (Safety) การพิจารณาว่ามีส่วนใดที่น่าจะเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายได้ง่ายขณะใช้งาน
                 7. ความสะดวกในการบำรุงรักษาและซ่อมแซม (Ease of Maitenance and Repair) เป็นการพิจารณาว่ามีส่วน                        ประกอบใดที่ยุ่งยากต่อการซ่อมแซมหรือมีความยากลำบากในการดูแลรักษาหรือมีส่วนประกอบที่เป็น                             เทคโนโลยีขั้นสูงเมื่อชำรุดแล้วไม่สามารถซ่อมแซมได้เลย   
                 8. ราคา (Cost) ในการจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์มาใช้หรือเพื่อบริการควรคำนึงถึงราคาซึ่งไม่แพงเกินไปที่                             สำคัญพิจารณาถึงความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานแล้วจึงนำไปเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น                            เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเหมาะสมกับราคาและคุณภาพของเครื่องมืออุปกรณ์นั้น
                9. ชื่อเสียงของบริษัทผู้ผลิต (Reputation of Manufacturer) การพิจารณาบริษัทผู้ผลิตเพื่อจะได้ทราบว่าวัสดุ                           อุปกรณ์ที่ซื้อนั้นมีจำนวนและรุ่นที่ผลิตออกมามากน้อยพียงใด หากเป็นบริษัทที่มั่นคงมีชื่อเสียงจะเห็น                          ได้ว่ามีระบบการผลิต ระบบการจัดการอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน ทำให้วัสดุอุปกรณ์มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ
              10. การบริการซ่อมแซม (Available Service) อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ควรเป็นแบบที่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย                          รวดเร็วและมีบริการดูแลบำรุงรักษาที่เอาใจใส่ดูแลบำรุงสม่ำเสมอและมีอะไหล่สำรองไว้เพียงพอหรือ                            เมื่อมีปัญหาทางบริษัทสามารถแก้ปัญหาให้รวดเร็ว


วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 6

แบบฝึกหัด  เรื่องการประสานงาน (CO-ORDINATION)  Unit 8
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงานมีอะไรบ้าง 
             v  สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงาน มีดังนี้
              1. การจัดวางหน่วยงานที่ง่ายและเหมาะสม (Simplified Organization) ในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้การจัดวางหน่วยงานควรคำนึงถึง
                  1.1.การแบ่งแผนกซึ่งช่วยในการประสานงาน กล่าวคือ การจัดแผนกต่าง ๆ บางแผนกมีความ จำเป็นต้องประสานกันควรอยู่ใกล้ชิดกัน เนื่องจากการติดต่ออย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้ที่ ทำงานอันเกี่ยวเนื่องอย่างใกล้ชิดกันมากขึ้น
                  1.2 การแบ่งตามหน้าที่
                  1.3 .การจัดวางรูปงานและระเบียบการที่ชัดแจ้งแก่ทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้อง
              2. การมีโครงการและนโยบายอันสอดคล้องกัน (Harmonized Program and Policies)
              3. การมีวิธีติดต่องานภายในองค์การที่ทำไว้ดี (Well –Designed Methods of Communication) เครื่องมือที่ช่วยในการติดต่อส่งข่าวคราวและรายละเอียด ได้แก่
                   3.1 แบบฟอร์มในการปฏิบัติงาน (Working Papers)
                   3.2 รายงานเป็นหนังสือ (Written report)
                   3.3 เครื่องมือวิทยาศาสตร์ในการติดต่องาน เช่น ระบบการติดต่อภายใน โรงพิมพ์ เป็นต้น
              4. มีเหตุที่ช่วยให้มีการประสานงานโดยสมัครใจ (Aids to Voluntary Coordination) การประสานงานส่วนมากมักจะเกิดขึ้นจากการร่วมมือโดยสมัครใจของบุคลากรในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
              5. การประสานงานโดยวิธีควบคุม (Coordination through Supervision) หัวหน้างานมีหน้าที่จะต้องคอยเฝ้าดูการดำเนินปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสอดคล้องและจะต้องใช้วิธีประเมินผล การปฏิบัติงานทุกระยะ จะได้ทราบข้อบกพร่องหาทางแก้ไขให้การปฏิบัติงาน ถูกต้องยิ่งขึ้น

2. เทคนิคการประสานงาน (Techniques Coordination) มีอะไรบ้าง
             v เทคนิคการประสานงาน มีดังนี้
            1. จัดให้มีระบบการติดต่อสื่อสารทั้งภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ
            2. การกำหนดอำนาจหน้าที่และตำแหน่งงานอย่างชัดเจน
            3. การสั่งการและการมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
            4. การใช้คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ประสานงานโดยเฉพาะการประสานงานภายในองค์การ
            5. การจัดให้มีการประสานงานระหว่างพนักงานในองค์การ
            6. การจัดให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา
            7. การติดตามผล

3. จงอธิบายอุปสรรคของการประสานงาน มาพอเข้าใจ
               v อุปสรรคของการประสานงาน ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดความไม่เข้าใจในการปฏิบัติงานกันภายในองค์การ ซึ่งมักมาจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
              1. การขาดความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกันจะกลายเป็นสาเหตุ ทำให้การติดต่อประสานงานที่ควรดำเนินไปด้วยดี ไม่สามารถกระทำได้
              2. การขาดผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารที่มีความสามารถ
              3. การปฏิบัติงานไม่มีแผน ซึ่งเป็นการยากที่จะให้บุคคลอื่นๆ ทราบวัตถุประสงค์และวิธีการในการทำงาน Management
              4. การก้าวก่ายหน้าที่การงาน
              5. การขาดการติดต่อสื่อสารที่ดีย่อมทำให้การทำงานเป็นระบบที่ดีของความร่วมมือขาดความเข้าใจกัน
              6. การขาดการนิเทศงานที่ดี
              7. ความแตกต่างกันในสภาพและสิ่งแวดล้อม
              8. การดำเนินนโยบายต่างกันเป็นอุปสรรคต่อการประสานงาน
              9. ประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างกันจะเป็นการยากที่จะก่อให้เกิดมีความร่วมมือและประสานงานกันเพราะแสดงว่ามีฝีมือคนละชั้น
            10. การทำหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจไม่ชัดแจ้งทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความกังวลใจและอาจไปก้าวก่ายงานของบุคคลอื่นก็ได้
            11. ระยะทางติดต่อห่างไกลกัน
            12. เทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงานแตกต่างกันเนื่องมาจากการกุมอำนาจหรือการกระจายอำนาจมากเกินไป
 ................................................................................................................................................................................................................

แบบฝึกหัด  เรื่องการเขียนรายงานผลการดำเนินงาน (Reporting) Unit 9

                         การรายงานผลมีความสำคัญอย่างไร ต่อการจัดการ
                                             ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

             >>   การรายงานผลการดำเนินงานต่อการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นส่วนสำคัญในการแสดงข้อมูลอย่างเป็นระบบให้กับผู้บังคับบัญชา หรือสาธารณชน ได้รับทราบผลการดำเนินงาน และเป็นการนำเสนอเพื่อปรับปรุงในการดำเนินงานครั้งต่อๆ ไป