วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บันทึกความรู้ : การพัฒนาคลังสื่อดิจิทัล รูปแบบใหม่ของการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

                 การจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 กับคลังสื่อดิจิทัล
             ด้วยโปรแกรม Drupal

ความรู้ที่ได้จากการศึกษาโปรแกรม Drupal ในชั้นเรียน
         Drupal คือ ระบบจัดการเนื้อหาเว็บ (Content Management System - CMS) แบบ Open Source ที่ทุกคนสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้อย่างอิสระ ติดตั้งง่ายและให้ใช้ฟรี



             v  โปรแกรม Drupal
1. เป็น Open Source ไม่มีลิขสิทธิ์ และสามารถแก้ไขได้
2. ติดตั้งง่าย และให้ใช้ฟรี
3. มีประโยชน์ในการจัดการฐานข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับ เอกสาร งานวิจัย สื่อภาพ สื่อเสียง ฯลฯ
4. มีระบบจัดการและบริหารกำหนดสิทธิ์ ของ User ที่สมบูรณ์แบบ
5. มีระบบความปลอดภัยค่อนข้างดี
6. มีความยืดหยุ่นสูง สามารถทำเว็บไซต์ได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะเว็บไซต์องค์กร หรือ เว็บไซต์ 
E-commerce ที่มีเนื้อหาเยอะๆ
                v การใช้งานแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
1. ขั้นติดตั้งปรับแต่ง ผู้ดูแลระบบ หรือ Admin
2. ขั้นนำเข้าข้อมูล สมาชิก
3. ขั้นปรับแต่งหน้าเว็บ ผู้ดูแลระบบ



วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัดท้ายบท : แนวโน้มของรูปแบบการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. โครงสร้างองค์กร หมายถึงอะไร
          v  โครงสร้างองค์กร (Structure Organization) หมายถึง การจัดระบบในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ โดยการจัดสรรทรัพยากร การแบ่งหน้าที่ในแต่ละฝ่าย ซึ่งการจัดเป็นรูปแบบต่างๆ กันเพื่อให้การบริหารงานบรรลุจุดมุ่งหมาย

2. องค์กรแบบมีชีวิต หมายถึงอะไร
          v  องค์กรแบบมีชีวิต หมายถึง องค์กรที่ไม่ติดยึดกับโครงสร้างที่ตายตัวแบบองค์การแบบเครื่องจักร มีการปรับโครงสร้างให้เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงาน ผู้ปฏิบัติงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ สมาชิกติดต่อได้ทุกระดับโดยตรง ไม่ต้องผ่านโครงสร้างสายการบังคับบัญชา

3. กระบวนการจัดการแบบ 5s Model มีอะไรบ้าง จงอธิบาย
v เทคนิควิธีการออกแบบองค์การให้เป็นองค์การสมัยใหม่ ( 5S Model )
               1. Small คือ เป็นองค์การขนาดเล็ก แต่เป็นองค์กรที่มีคุณภาพ
               2. Smart คือ ดูดี ดูเท่ห์ ดูน่าเชื่อถือ ใช้คำว่า ฉลาดเพียบพร้อมด้วยภูมิปัญญา การจะทำให้เท่ห์ต้องมี ISO มีการประกันคุณภาพในระบบของ QA และกิจกรรมอื่นเช่น 5 ส. , TQA
               3. Smile คือ ยิ้มแย้มแจ่มใส เปี่ยมด้วยน้ำใจ ฉะนั้นคนในองค์การจะต้องทำงานอย่างมีความสุข ความสุขมีอยู่ 2 ฝ่าย  1) คนทำงานมีความสุข  2) ลูกค้าผู้รับการบริการ โดยเริ่มที่พนักงานก่อนแล้วออกแบบองค์การให้เป็นองค์การที่มีความสุข สนุกในงานที่ทำ มีความสุขยิ้มแย้มแจ่มใส ทำงานด้วยใจรัก รักงานอยากจะมาทำงาน
               4. Smooth คือ ไม่พูดเรื่องการขัดแย้ง จะพูดเรื่องการผนึกกำลังการทำงานเป็นทีมเพื่อให้ประสบความสำเร็จ
               5. Simplify คือ ทำเรื่องสลับซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่าย หรือทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ทำเรื่องที่ไม่สะดวกให้สะอาด ทำเรื่องที่ช้าให้เร็วขึ้น

4. ลักษณะขององค์การแบบเครือข่าย (Network organization) หมายถึงอะไร
v  องค์การแบบเครือข่าย (Network organization) หมายถึง องค์การเครือข่าย ที่เป็นผลรวมขององค์การอิสระหลายๆ องค์การมาผูกเชื่อมโยงกัน ที่มารวมตัวกันเพื่อทำงานให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน หรือความต้องการเดียวกัน ซึ่ง ลักษณะขององค์การแบบเครือข่าย มีดังนี้
             1. ความยืดหยุ่น Flexible แต่ละองค์การที่มีความหลากหลายที่มารวมตัวกันบางครั้งมาจากหน่วยงานภายในองค์การเดียวกันที่มาเชื่อมโยงกัน /มาจากต่างองค์การ
                  2. Assemble by brokers อาจมีตัวแทนหรือการ outsource
                  3. Team –base ทำงานเป็นทีม
                  4. Flat org. โครงสร้างเป็นแบบแนวราบเน้นการเจรจาประสานงานกันมากกว่าโครงสร้างสายการ              บังคับบัญชา
                  5. ใช้ IT มาเชื่อมโยงเพื่อการประสานงานหรือรวมกลุ่มหรือประสานงานเป็นไปโดยอัตโนมัติ
                  6. ขอบเขตไม่ชัดเจน

5. แนวโน้มของการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคต มีอะไรบ้าง
v  แนวโน้มของการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคต มีดังนี้
        1. มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการจัดการและให้บริการมากขึ้น
        2. มีการจัดการแบบองค์กรสมัยใหม่
        3. ให้บริการในรูปแบบ ศูนย์ศึกษาบันเทิง กล่าวคือเป็น แหล่งการเรียนรู้ที่รวบรวมสื่อวัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการที่หลากหลายแบบมาบูรณาการ โดยเป็นลักษณะแบบทั่วไปที่เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กและเยาวชน ซึ่งประกอบด้วย การเรียนรู้ การลงมือปฏิบัติ ด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน พัฒนา ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเป็นแหล่งการเรียนรู้นอกห้องเรียน

  

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 7

คำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้   ประเภท และหลักการจัดหาทรัพยากรการเรียนรู้
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ข่าวของมหาวิทยาลัยบูรพาในหน้าหนังสือพิมพ์จัดอยู่ในประเภทของทรัพยากรการ เรียนรู้ใด และมีชื่อเรียกว่าอะไร  
    

 v เป็นประเภทสื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ตีพิมพ์ และมีชื่อเรียกว่า สิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง




2. ถ้าต้องการคัดเลือกสื่อวีดิทัศน์มาให้บริการนิสิตจะมีหลักการอย่างไรในการคัดเลือกสื่อดังกล่าว
v หลักการคัดเลือกสื่อวีดิทัศน์ (สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์)
1. ต้องสัมพันธ์กับหลักสูตรการเรียนการสอนในสถานศึกษานั้น ๆ
2. เนื้อหาถูกต้อง ทันสมัย น่าสนใจ นำเสนอเนื้อหาได้ดีเป็นลำดับขั้นตอน
3. เหมาะสมกับวัย ระดับชั้น ความรู้ และประสบการณ์
                  4. สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ สะดวกในการใช้ ไม่ซับซ้อนยุ่งยากจนเกินไป
                  5. สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ มีคุณภาพ มีเทคนิคการผลิตที่ดี มีความชัดเจนและเป็นจริง
                  6. สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ ราคาไม่แพงเกินไป
                  7. สื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ ถ้าจะผลิตเองควรคุ้มกับเวลาและการลงทุน

3. การจัดซื้อทรัพยากรการเรียนรู้มีกี่วิธีการ อะไรบ้าง
v  การจัดซื้อทรัพยากรการเรียนรู้มี 4 วิธี ดังนี้
                  จัดซื้อ ตามความต้องการของหน่วยงานเป้าหมายที่จะมาใช้                               บริการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ได้แก่
                  1. สั่งซื้อโดยตรง : ในประเทศ / ต่างประเทศ
                  2. สั่งซื้อผ่านร้าน/ตัวแทนจำหน่าย : ในประเทศ / ต่างประเทศ
                  3. เว็บไซต์ : ในประเทศ / ต่างประเทศ
                  4. จัดซื้อในรูปภาคีร่วมกับศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ
  

แบบทดสอบท้ายบท (สัปดาห์ที่ 7)

การบริหารงานบุคคล ประจำศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. อธิบายภารกิจหรือกิจกรรมที่สำคัญๆ ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้มีอะไรบ้าง
v ภารกิจหรือกิจกรรมที่สำคัญๆ ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ มีดังนี้
             1. การเลือก จัดหา การลงทะเบียน ทำบัตรรายการ การบริการการใช้ ตลอดจนเก็บบำรุงรักษาวัสดุอุปกรณ์
                 การเรียนการสอนต่างๆ
             2. การผลิตสื่อการสอน เช่น ผลิตวัสดุกราฟิก การบันทึกเสียง ทำรายการวิทยุและโทรทัศน์
             3. จัดกิจกรรมทางวิชาการ เช่น การฝึกอบรมครูประจำการ การวิจัย การจัดนิทรรศการ ตลอดจนการเผยแพร่
                 ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ
            4. การบริหาร เช่น การจัดบุคลากร การนิเทศ การบันทึกรายการ การติดต่อประสานงาน  และการทำ                                      งบประมาณ  เป็นต้น
             5. การประเมินกิจกรรมต่างๆ

 2. ถ้าหากพิจารณาบทบาทหน้าที่  ความรับผิดชอบในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จะประกอบด้วยบุคคลด้านใดบ้าง
v ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ไม่ว่าจะจัดในรูปแบบใดก็ตามจะมีบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบที่สำคัญจำแนกด้านได้ ดังนี้
               1. ด้านบริหาร   :   เช่น หัวหน้าหน่วยงาน หัวหน้างานหรือหัวหน้าฝ่าย เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป                                                                  พนักงานธุรการ และเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
               2. ด้านการบริการ   :  เช่น บรรณารักษ์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ และนายช่างอิเล็กทรอนิกส์
               3. ด้านการผลิตสื่อ  :  เช่น นักวิชาการโสตทัศนศึกษา และนักวิชาการช่างศิลป์ เป็นต้น
               4. ด้านวิชาการ  :  เช่น นักวิชาการศึกษา นักวิจัย
               5. ด้านการปรับปรุงการเรียนการสอน   :   เช่น มีภารกิจหน้าที่รับผิดชอบต่อการศึกษาเป็นสำคัญ
               6. ด้านกิจกรรมอื่น  :  เช่น มีบทบาทหน้าที่ประชาสัมพันธ์สถาบันต่อชุมชนจัดนิทรรศการหรือจัดการแสดง                                                          ความก้าวหน้าต่างๆ

 3. ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จำแนกเป็นประเภทที่สำคัญได้กี่ประเภท
v ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สามารถแบ่งได้ 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ
               1. บุคลากรทางวิชาชีพ (Professional Staff)
               2. บุคลากรกึ่งวิชาชีพ (Paraprofessional Staff)
               3. บุคลากรที่ไม่มีความรู้ทางวิชาชีพ (Non-professional Staff)

4. ท่านมีขั้นตอนในการจัดหาสื่อการเรียนการสอน มาใช้บริการในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อย่างไร จงอธิบาย
v การจัดการหาสื่อการเรียนการสอน มาไว้บริการภายในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว มีระบบ ระเบียบ สามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอน ดังนี้
                 ขั้นตอนที่ 1  เป็นขั้นการสำรวจสภาพของสื่อในสถานศึกษาเพื่อสำรวจหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นเป็นข้อมูลมา
                                         ประกอบการจัดหา
                ขั้นตอนที่ 2  การสำรวจสถานที่ เป็นขั้นตอนการสำรวจวางแผนจะให้สถานที่ส่วนใดบ้างในการทำกิจกรรม                                       เพื่อเป็นการตรวจสอบดูว่ามีสถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องการมีเพียงพอแล้วหรือยัง                                         และจะต้องการจัดหาอะไรเพิ่มเติมบ้าง
                  ขั้นตอนที่ 3  การสำรวจความต้องการของผู้ใช้ เพื่อต้องการทราบถึงความต้องการใช้สื่อประเภทต่างๆ โดย
                                        นำข้อมูลที่ได้ไปดำเนินการจัดหาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ดังนั้นก่อนการจัดหาหรือจัด
                                         ซื้อสื่อมาไว้บริการ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสำรวจ และศึกษาความต้องการของผู้ใช้ก่อนเสมอ
                  ขั้นตอนที่ 4  เป็นขั้นการจัดหา โดยนำข้อมูลที่ได้มาจากความต้องการแล้วทำเป็นโครงการสั้นๆ หรือ
                                         โครงการระยะยาวเพื่อวางแผนในเรื่องงบประมาณในการจัดหาต่อไป ในการจัดซื้อผู้เกี่ยวข้อง
                                         ต้องพิจารณาตามลำดับความสำคัญของผู้ใช้โดยจัดซื้อเฉพาะสื่อที่มีคุณภาพ ประหยัด                                                          งบประมาณก่อนจัดซื้อสื่ออะไรมาไว้บริการจะต้องมีการประเมินค่าสื่อนั้น โดยคณะกรรมการ                                          ประเมินค่าสื่อเพื่อพิจารณาว่าสื่อหรือวัสดุอุปกรณ์มีคุณค่าต่อการเรียนการสอนมากน้อย                                                     เพียงไร มีข้อดีและข้อจำกัดอย่างไรเพื่อให้การจัดซื้อจัดหาสื่อมาไว้บริการได้อย่าง                                                                  มีประสิทธิภาพก่อเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่

 5. อธิบายวิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการ ท่านมีหลักเกณฑ์สำคัญ อะไรบ้าง
v วิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการ ควรพิจารณาคุณสมบัติและการใช้งานให้ละเอียดถี่ถ้วนโดยพิจาณายึดเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ คือ
 1. ความคงทน (Ruggedness) โดยพิจารณาถึงวัสดุที่ประกอบเป็นตัวเครื่องให้ความคงทนแข็งแรง ไม่                 แตกหักง่าย
 2. ความสะดวกในการใช้งาน (Ease of Operation) โดยพิจารณาถึงการควบคุม การบังคับกลไกไม่ซับซ้อน        จน  เกินไปหรือมีปุ่มต่างๆมากมายเกินไป
 3. ความกะทัดรัด (Portability) พิจารณาถึงขนาดของตัวเครื่อง น้ำหนัก ความสะดวกในการเก็บ เคลื่อนย้าย
                 4. คุณภาพของเครื่อง (Quality of Peration) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับมาตรฐานที่ประกอบรวมกันเป็นไป                                ตามคุณสมบัติต้องการใช้งานเพียงใด
                 5. การออกแบบ (Design) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับรูปลักษณ์ว่าสวยงามมีความทันสมัย การติดตั้งอุปกรณ์                               ประกอบออกแบบให้ใช้ได้ง่าย
                 6. ความปลอดภัย (Safety) การพิจารณาว่ามีส่วนใดที่น่าจะเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายได้ง่ายขณะใช้งาน
                 7. ความสะดวกในการบำรุงรักษาและซ่อมแซม (Ease of Maitenance and Repair) เป็นการพิจารณาว่ามีส่วน                        ประกอบใดที่ยุ่งยากต่อการซ่อมแซมหรือมีความยากลำบากในการดูแลรักษาหรือมีส่วนประกอบที่เป็น                             เทคโนโลยีขั้นสูงเมื่อชำรุดแล้วไม่สามารถซ่อมแซมได้เลย   
                 8. ราคา (Cost) ในการจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์มาใช้หรือเพื่อบริการควรคำนึงถึงราคาซึ่งไม่แพงเกินไปที่                             สำคัญพิจารณาถึงความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานแล้วจึงนำไปเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น                            เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเหมาะสมกับราคาและคุณภาพของเครื่องมืออุปกรณ์นั้น
                9. ชื่อเสียงของบริษัทผู้ผลิต (Reputation of Manufacturer) การพิจารณาบริษัทผู้ผลิตเพื่อจะได้ทราบว่าวัสดุ                           อุปกรณ์ที่ซื้อนั้นมีจำนวนและรุ่นที่ผลิตออกมามากน้อยพียงใด หากเป็นบริษัทที่มั่นคงมีชื่อเสียงจะเห็น                          ได้ว่ามีระบบการผลิต ระบบการจัดการอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน ทำให้วัสดุอุปกรณ์มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ
              10. การบริการซ่อมแซม (Available Service) อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ควรเป็นแบบที่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย                          รวดเร็วและมีบริการดูแลบำรุงรักษาที่เอาใจใส่ดูแลบำรุงสม่ำเสมอและมีอะไหล่สำรองไว้เพียงพอหรือ                            เมื่อมีปัญหาทางบริษัทสามารถแก้ปัญหาให้รวดเร็ว


วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 6

แบบฝึกหัด  เรื่องการประสานงาน (CO-ORDINATION)  Unit 8
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงานมีอะไรบ้าง 
             v  สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงาน มีดังนี้
              1. การจัดวางหน่วยงานที่ง่ายและเหมาะสม (Simplified Organization) ในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้การจัดวางหน่วยงานควรคำนึงถึง
                  1.1.การแบ่งแผนกซึ่งช่วยในการประสานงาน กล่าวคือ การจัดแผนกต่าง ๆ บางแผนกมีความ จำเป็นต้องประสานกันควรอยู่ใกล้ชิดกัน เนื่องจากการติดต่ออย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้ที่ ทำงานอันเกี่ยวเนื่องอย่างใกล้ชิดกันมากขึ้น
                  1.2 การแบ่งตามหน้าที่
                  1.3 .การจัดวางรูปงานและระเบียบการที่ชัดแจ้งแก่ทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้อง
              2. การมีโครงการและนโยบายอันสอดคล้องกัน (Harmonized Program and Policies)
              3. การมีวิธีติดต่องานภายในองค์การที่ทำไว้ดี (Well –Designed Methods of Communication) เครื่องมือที่ช่วยในการติดต่อส่งข่าวคราวและรายละเอียด ได้แก่
                   3.1 แบบฟอร์มในการปฏิบัติงาน (Working Papers)
                   3.2 รายงานเป็นหนังสือ (Written report)
                   3.3 เครื่องมือวิทยาศาสตร์ในการติดต่องาน เช่น ระบบการติดต่อภายใน โรงพิมพ์ เป็นต้น
              4. มีเหตุที่ช่วยให้มีการประสานงานโดยสมัครใจ (Aids to Voluntary Coordination) การประสานงานส่วนมากมักจะเกิดขึ้นจากการร่วมมือโดยสมัครใจของบุคลากรในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
              5. การประสานงานโดยวิธีควบคุม (Coordination through Supervision) หัวหน้างานมีหน้าที่จะต้องคอยเฝ้าดูการดำเนินปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสอดคล้องและจะต้องใช้วิธีประเมินผล การปฏิบัติงานทุกระยะ จะได้ทราบข้อบกพร่องหาทางแก้ไขให้การปฏิบัติงาน ถูกต้องยิ่งขึ้น

2. เทคนิคการประสานงาน (Techniques Coordination) มีอะไรบ้าง
             v เทคนิคการประสานงาน มีดังนี้
            1. จัดให้มีระบบการติดต่อสื่อสารทั้งภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ
            2. การกำหนดอำนาจหน้าที่และตำแหน่งงานอย่างชัดเจน
            3. การสั่งการและการมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
            4. การใช้คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ประสานงานโดยเฉพาะการประสานงานภายในองค์การ
            5. การจัดให้มีการประสานงานระหว่างพนักงานในองค์การ
            6. การจัดให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา
            7. การติดตามผล

3. จงอธิบายอุปสรรคของการประสานงาน มาพอเข้าใจ
               v อุปสรรคของการประสานงาน ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดความไม่เข้าใจในการปฏิบัติงานกันภายในองค์การ ซึ่งมักมาจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
              1. การขาดความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกันจะกลายเป็นสาเหตุ ทำให้การติดต่อประสานงานที่ควรดำเนินไปด้วยดี ไม่สามารถกระทำได้
              2. การขาดผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารที่มีความสามารถ
              3. การปฏิบัติงานไม่มีแผน ซึ่งเป็นการยากที่จะให้บุคคลอื่นๆ ทราบวัตถุประสงค์และวิธีการในการทำงาน Management
              4. การก้าวก่ายหน้าที่การงาน
              5. การขาดการติดต่อสื่อสารที่ดีย่อมทำให้การทำงานเป็นระบบที่ดีของความร่วมมือขาดความเข้าใจกัน
              6. การขาดการนิเทศงานที่ดี
              7. ความแตกต่างกันในสภาพและสิ่งแวดล้อม
              8. การดำเนินนโยบายต่างกันเป็นอุปสรรคต่อการประสานงาน
              9. ประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างกันจะเป็นการยากที่จะก่อให้เกิดมีความร่วมมือและประสานงานกันเพราะแสดงว่ามีฝีมือคนละชั้น
            10. การทำหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจไม่ชัดแจ้งทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความกังวลใจและอาจไปก้าวก่ายงานของบุคคลอื่นก็ได้
            11. ระยะทางติดต่อห่างไกลกัน
            12. เทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงานแตกต่างกันเนื่องมาจากการกุมอำนาจหรือการกระจายอำนาจมากเกินไป
 ................................................................................................................................................................................................................

แบบฝึกหัด  เรื่องการเขียนรายงานผลการดำเนินงาน (Reporting) Unit 9

                         การรายงานผลมีความสำคัญอย่างไร ต่อการจัดการ
                                             ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

             >>   การรายงานผลการดำเนินงานต่อการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นส่วนสำคัญในการแสดงข้อมูลอย่างเป็นระบบให้กับผู้บังคับบัญชา หรือสาธารณชน ได้รับทราบผลการดำเนินงาน และเป็นการนำเสนอเพื่อปรับปรุงในการดำเนินงานครั้งต่อๆ ไป



วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 5


กิจกรรมสัปดาห์ที่ 5   Unit 5 และ 6
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ระบบการบริหารงานบุคคลมีอะไรบ้าง
v ระบบในการบริหารงานบุคคล แบ่งเป็น 2 ระบบ คือ             
             1. ระบบคุณธรรม Merit System ใช้หลักเกณฑ์
                 1.1 หลักความเสมอภาค เช่น มีสิทธิสอบ
                 1.2 หลักความสามารถ เช่น คัดเลือกผู้มีความสามารถสูงไว้ก่อน
                 1.3 หลักความมั่นคง เช่น ถ้าไม่ผิดวินัย ก็ไม่ถูกลงโทษให้ออก อยู่จนเกษียณ
                 1.4 หลักความเป็นกลางทางการเมือง เช้า ห้ามข้าราชการเป็นกรรมการบริษัท
             2. ระบบอุปถัมภ์ Patronage System ยึดถือพวกพ้อง เครือญาติ หรือผู้มีอุปการคุณ

2. การจำแนกตำแหน่งมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
v การจำแนกตำแหน่ง แบ่งออกเป็น 3 ประเภท  ดังนี้
            1. จำแนกตำแหน่งตามลักษณะตำแหน่ง Position Classification เป็นการจำแนกตำแหน่งโดยถือลักษณะ                              ความรับผิดชอบของตำแหน่งเป็นสำคัญ เช่น กลุ่มเจ้าหน้าที่ธุรการ การเงิน นิติกร วิศวกร เป็นต้น
             2. การจำแนกตำแหน่งตามลักษณะยศ Rank Classification เป็นการจำแนกตำแหน่งตามตำแหน่งที่ประกอบกับ                   ชั้นยศ ใช้กับทหาร ตำรวจ
            3. การจำแนกตำแหน่งตามลักษณะชั้นยศทางวิชาการ Academic Rank Classification จำแนกตามคุณลักษณะ                      ความเชี่ยวชาญ วิชาการ เช่น ครู อาจารย์

3. ขั้นตอนของการวางแผนกำลังคนมีอะไรบ้าง
v ขั้นตอนของการวางแผนกำลังคนมี ดังนี้
       1. การตรวจสภาพกำลังคน ค้นหาอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับสภาพกำลังคนที่มีอยู่ในองค์การ เช่น จำนวนตำแหน่งอัตรากำลังคน ความสามารถของพนักงานที่มีอยู่ การตรวจสภาพกำลังคนอาจจะทำได้ดังต่อไปนี้
                1) การวิเคราะห์งานแต่ละตำแหน่ง องค์การมีตำแหน่งอะไรบ้าง มีคุณสมบัติแต่ละตำแหน่งอย่างไรบ้าง
                2) การทำบัญชีรายการทักษะ ตรวจสภาพพนักงานแต่ละคนมีความสามารถ ชำนาญถนัดในด้านใดบ้าง
                3) คาดการความสูญเสียกำลังคนในอนาคต ใครจะลาออกในอนาคต ใครเกษียณอายุปีหน้าบ้าง
                4) ศึกษาความเคลื่อนไหวภายในเกี่ยวกับ การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง โยกย้าย ให้เป็นปัจจุบันตลอดเวลา
        2. การพยากรณ์ความต้องการกำลังคน คล้ายกับการตรวจสภาพกำลังคน แต่การพยากรณ์มุ่งเน้นอนาคต                               จะอาศัยปัจจัยต่อไปนี้ เพื่อช่วยในการพยากรณ์ คือ
                 1) ปริมาณการผลิต                                                                                 
                 2) การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
                 3) อุปสงค์และอุปทาน
                 4) การวางแผนอาชีพให้แก่พนักงาน Career Planning
             3. การเตรียมหาคนสำหรับอนาคต อาจทำได้ ดังนี้
                 1) การฝึกอบรมพัฒนาพนักงานที่มีอยู่ ช่วยขวัญกาลังใจ แผนอาชีพ
                 2) การสรรหาคัดเลือกบุคคลจากภายนอก ตลาดแรงงาน

 4. การวางแผนกำลังคนที่ดีมีอะไรบ้าง
v การวางแผนกำลังคนที่ดี ต้องทราบสาระดังนี้
                  1. ภาระงาน Workload หน้าที่ความรับผิดชอบชั่วโมงงาน
                  2. การออกแบบงาน Job Design เป็นการออกแบบโครงสร้างงานต่างๆ ทั้งองค์การว่ามีกลุ่มงานอะไรบ้าง
                 3. การวิเคราะห์งาน Job Analysis วิเคราะห์งานแต่ละตำแหน่ง กำหนดคุณลักษณะที่จำเป็นแต่ละตำแหน่ง                       เช่น ความสำคัญของงาน  ระดับความเป็นอิสระ ตัวบ่งชี้ผลลัพธ์ของงาน ความรู้ความสามารถและทักษะที่            จำเป็น   เพื่อกำหนดรายละเอียดของตำแหน่ง Job Description และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification
                  4. รายละเอียดของตำแหน่งงาน Job Description เป็นการกำหนดชื่อตำแหน่งงานที่ต้องปฏิบัติ
                  5. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification เป็นการกำหนดรายละเอียดในตำแหน่งลึกลงไปอีก
                 6. การทำให้งานมีความหมาย Job Enrichment เป็นวิธีการจูงใจและพัฒนาบุคลากรให้เกิดความพึงพอใจใน                        การทำงาน (จิ๋วแต่แจ๋ว, เล็กดีรสโต) (Job Enlargement) เล็ก ๆ ลิตาไม่ ใหญ่ ๆ ลิตาทำ

5. องค์ประกอบของการอำนวยการมีอะไรบ้าง จงอธิบาย
v องค์ประกอบของการอำนวยการมี ดังนี้
       1. ความเป็นผู้นำ เป็นกระบวนการของการสั่งการ และการใช้อิทธิพลต่อกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิกในองค์การ   ให้ยอมตามเพราะยอมรับในอำนาจที่มาจาก 3 แหล่ง คือ ขนบธรรมเนียมประเพณี ที่สืบทอดกันมา อำนาจจาก บารมี และอำนาจตามกฎหมาย จึงก่อให้เกิดผู้นา 3 แบบ คือ แบบประชาธิปไตย แบบเผด็จการ และแบบตาม สบาย
      2. การจูงใจ   มีความสำคัญต่อการสั่งการหรือการอำนวยการ เพราะเกี่ยวกับบุคลากรให้ปฏิบัติงาน จึงจำเป็นต้องมี การจูงใจหรือกระตุ้นให้อยากทำงาน โดยอาศัยหลักธรรมชาติว่ามนุษย์ต้องการ 5 ระดับได้แก่ ความต้องการขั้น พื้นฐาน คือปัจจัย 4
                       2.1 ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย
                       2.2 ความต้องการทางสังคม
                       2.3 ความต้องการมีเกียรติยศชื่อเสียง
                       2.4 และความต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต
                       2.5 ดังนั้น ในการสั่งการโดยมีเทคนิคจูงใจด้วย ก่อนจะสั่งการควรขึ้นคำถามก่อนว่า พอมีเวลาหรือไม่”                                หรือ คุณจะช่วยงานนี้ได้ไหม
             3. การติดต่อสื่อสาร เป็นกระบวนการสำคัญช่วยให้การอานวยการดำเนินไปได้ด้วยดีมีประสิทธิภาพ มี 2                            ลักษณะคือ
                       3.1 สื่อสารแบบทางเดียว  (One - Way Communication)
                       3.2 สื่อสารแบบสองทาง (Two-Way Communication) 
           4. องค์การและการบริหารงานบุคคล จุดมุ่งหมายของนักอำนวยการ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและ                             องค์การซึ่งต้องการไม่เหมือนกันผู้อำนวยการจึงต้องทำให้เกิดความสมดุลกัน

6. ประเภทของการอำนวยการมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
v ประเภทของการอำนวยการมี 2 ประเภท ดังนี้
              1.โดยวาจา
              2.โดยลายลักษณ์อักษร ได้แก่ ทำบันทึกข้อความ, หนังสือเวียน, คำสั่ง, ประกาศ

7. รูปแบบของการอำนวยการมีอะไรบ้าง
v รูปแบบของการอำนวยการ
             1.คำสั่งแบบบังคับ        
             2.คำสั่งแบบขอร้อง
             3.คำสั่งแบบแนะนำหรือโดยปริยาย
             4.คำสั่งแบบขอความสมัครใจ
                                                                                   
8. การอำนวยการที่ดีมีอะไรบ้าง
v การอำนวยการที่ดี มีดังนี้
             1. ต้องชัดเจน
             2. ให้คำสั่งมีลักษณะแน่นอน ไม่ใช่ตามอารมณ์
             3. ถ้าผู้รับคำสั่งมีท่าทีสงสัย ให้ขจัดความสงสัยทันที
             4. ใช้นำเสียงให้เป็นประโยชน์
             5.วางสีหน้าเข้มแข็งเอาจริงเอาจัง
             6. ใช้ถ้อยคำอย่างสุภาพ
             7. ลดคำสั่งที่มีลักษณะ ห้ามการกระทำให้เหลือน้อยที่สุด
             8. อย่าออกคำสั่งในเวลาเดียวกัน มากเกินไป
             9. ต้องแน่ใจว่าการออกคำสั่งหลาย ๆ คำสั่ง ไม่ได้ขัดแย้งกันเอง
          10. ถ้าผู้รับปฏิบัติ ปฏิบัติไม่ได้ อย่าบันดาลโทสะ พิจารณาตนเองว่าเหตุใดคำสั่งไม่ได้ผล อย่าโยน
               ความผิดให้ผู้รับคำสั่ง



9. ให้นิสิตอธิบายความเชื่อมโยงการบริหารงานบุคคลกับการอำนวยการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้อย่างไร
            ความเชื่อมโยงของการบริหารงานบุคคลกับการอำนวยการนั้น ถือว่ามีความสำคัญและมีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ เนื่องจากในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้นั้นๆ ต้องมีการอำนวยการที่ดีจากผู้บริหาร มีการสั่งการ เพื่อการจัดการในส่วนงานต่างๆ ในมีประสิทธิภาพ จึงต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการอำนวยการ เพื่อพิจารณาถึงปัญหาและความก้าวหน้าของหน่วยงาน โดยมุ่งสู่เป้าหมายขององค์กรเป็นหลักในการตัดสินใจ  ซึ่งจะต้องมีการบริหารงานบุคคลเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำงานในองค์กร รวมทั้งมอบหมายงาน พัฒนาบุคคล และการให้พ้นจากงาน จึงจะถือว่ามีการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายหรือการบริการของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้